ปิดเทอมนี้ไม่ค่อยออนเอ็มเลยช่ะม่ะ เหอๆๆ จะบอกว่าติดซีรี่ย์ญี่ปุ่นอยู่หล่ะตอนนี้
เมื่อ 2-3 วันก่อนได้หนังเรื่อง "1 リ ッ ト ル の 涙 หรือ น้ำตา 1 ลิตร " มาก้อเลยนั่งดูกะพี่ แต่แบบหนังนี่ก้อนานแระจนตอนพิเศษจะมาอยู๋แล้ว
เรื่องนี้มี 11 ตอนอ่ะ เศร้าโคดๆ ชั้นนั่งร้องไห้ตั้งกะตอนแรกเลยทีเดียว
ขนาดเพลงตอนจบนี่ได้ฟังครั้งแรกก้อน้ำตาไหลไม่หยุด อะไรจะเศร้าได้ขนาดนี้
เคยได้ยินสรรพนาม มานานแล้วว่า ละครเรื่องนี้เศร้ามาก
ด้วยเพราะมันสร้างมาจากเค้าโครงเรื่องจริง
เด็กอายุ 15 คนนึง ที่ต้องมารับรู้ว่าตัวเองเป็นโรคเกี่ยวกับสมอง
ความโหดร้ายของโรคนี้ทำให้สูญเสียการควบคุมร่างกายไปทีละน้อย
โดยเริ่มจากเดินไม่สะดวก จนเดินไม่ได้ กินข้าวไม่ได้ การมองเห็นคลาดเคลื่อนการพูดออกเสียงได้ไม่สะดวก
มีแค่การเขียนไดอารี่ที่เธอทำได้ เธอถึงได้ทำ จนวันที่เขียนไม่ได้ และพูดไม่ได้

[รูปในซีรี่ย์]
ชั้นว่าคนที่ต้องต่อสู้กับความจริงที่โหดร้ายมากๆในชีวิต
โดยไม่มีใครรู้สาเหตุได้ ว่าทำไมมันต้องมาเกิดขึ้นกับเราแค่นั้นมันก็แย่แล้ว
และในสภาพอย่าง "อายะ"
ความคิดที่คนปกติอย่างเราคิดว่า
"มีคนที่แย่กว่าเราอยู่" มันคงจะใช้ไม่ได้ผล
"อายะ" ถึงได้เลือกที่จะคิดว่า
"การมีชีวิต ก็เป็นความสุขแล้ว"
....
เป็นซีรียส์เรื่องแรก ที่ดูแล้วร้องไห้ทุกตอน
แม้แต่ในการฉายให้ดูถึงเบื้องหลัง
ตอนที่แม่ของอายะในละครร้องไห้ตอนที่ได้เจอกับ คุณแม่ของอายะ ตัวจริง
.....ไร้คำบรรยายจริงๆ.....
คุณแม่ของอายะคนนี้ก็ได้เขียนหนังสือขึ้นมา ด้วยเล่มหนึ่งโดยบางส่วนมาจากไดอารี่ของอายะ
มีคำพูดในเรื่องที่ประทับใจอยู่หลายตอนแต่ตอนนี้อ่ะสุดๆแล้ว ตอนที่อายะกำลังเริ่มที่จะพูดช้าลงและออกเสียงไม่ค่อยได้
"สำหรับฉัน ไม่ว่าเมื่อไหร่ที่เธออยากจะพูด
ถึงจะช้า....ฉันก็จะตั้งใจฟัง
ถ้าเธอพูดทางโทรศัพท์ไม่ได้ ฉันก็จะมาอยู่ต่อหน้าเธอแบบนี้
หากเมื่อไหร่เธออยากเดิน ถึงจะช้าแค่ไหน.... ฉันก็จะเดินไปกับเธอ"
....
อันนี้เป็นเนื้อเพลงที่กะลังเปิดอยู่อ่ะ เศร้าดีม่ะ
อีกฟากฝั่งของความโศกเศร้า
ยังมีบางสิ่งที่เรียกกันว่ารอยยิ้มอยู่
อีกฟากฝั่งของความโศกเศร้า
ยังมีบางสิ่งที่เรียกกันว่ารอยยิ้มอยู่
แต่ก่อนที่เราจะไปถึงจุดนั้นได้
เรากำลังรอคอยอะไรกันอยู่รึป่าว?
เพื่อที่จะไล่ตามความฝันของเราแล้ว เราไม่สามารถบอกเหตุผลกับตัวเองให้ถอยหลังได้
เราต้องก้าวต่อไป ก้าวไปยังฤดูร้อนแสนไกลที่รอคอยเราอยู่
ถ้าพรุ่งนี้เราจะได้สัมผัสมัน เราก็ไม่ควรที่จะมัวแต่นั่งโหยหาอาลัย
เฉกเช่นเรือน้อยที่โต้ผ่านกระแสน้ำหลาก
เราต้องก้าวเดินไปข้างหน้าต่อไป
ในที่ซึ่งปกคลุมไปด้วยความเศร้าหมอง
บางสิ่งที่เรียกว่าปาฏิหาริย์กำลังรอเราอยู่
ถึงแม้ว่าเราจะยังคงต้องค้นหา
ดอกดาวเรืองที่ฟูเฟื่องอยู่ในปลายฤดูใบไม้ผลิต่อไปก็ตาม
นักรบที่รอคอยซึ่งการปรากฏของแสงแห่งวันใหม่
ก่อนจะคว้ามันไว้ด้วยเล็บที่เปื้อนเลือดได้นั้น เขาต้องเสียน้ำตาประกายมากมาย
หากแม้นเราจะเคยชินกับความอ้างว้าง
ที่มีเพียงแสงจันทร์เท่านั้นเป็นเพื่อน
แต่เราต้องกางปีกที่ไร้ซึ่งขนของเราออกแล้วโบยบินไป
บินต่อไปข้างหน้า ไกลอีกหน่อยเท่านั้นเอง
และเมื่อเมฆหมอกมรสุมจางหาย
ผืนดินที่เปียกชุ่มทอประกายขึ้น
แม้มันจะนำพามาเพียงแค่ความมืดมนอนธกาล
แต่แสงทรงพลังเพียงหนึ่งเดียว
จะช่วยผลักดันให้เรากล้าที่จะก้าวเดินต่อไปอย่างมั่นคง
...
ข้างล่างนี้มาก็อปเค้ามา
"1 Litre of Tears" เป็นเรื่องราวที่สร้างขึ้นมาจากไดอารี่ของ คิโตะ อายะ
ผู้หญิงที่ป่วยเป็นโรคที่ชื่อว่า "Spinocerebellar Degeneration"
แกนสมองซึ่งเป็นส่วนที่ควบคุมกล้ามเนื้อและ
ส่วนต่างๆของร่างกาย ให้ทำงานตามที่เราคิด เมื่อแกนนี้มีสิ่งผิด ปกติเกิดขึ้น
ก็จะมีผลทำให้ร่างกายเกิดการผิดปกติ
โดยจะเริ่มไม่สามารถควบคุมร่างกายให้เดินอย่างปกติได้ อาจจะทำให้เซไปเซมา
ต่อมาก็จะทำให้การกะระยะด้วยสายตา คลาดเคลื่อน
ทำให้เห็นวัตถุใกล้หรือไกลกว่าความเป็นจริง
สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
จนมีผลกับการหยิบจับสิ่งของ
แม้การเขียนก็จะเป็นไปอย่างลำบากมากขึ้น
ส่วนต่างๆของร่างกายก็จะเริ่มไม่ทำงาน ตามที่เราต้องการ
จนถึงระยะสุดท้ายที่แม้แต่การพูดก็ไม่สามารถทำได้
เพราะเมื่ออ้าปาก ก็ไม่สามารถบังคับให้ลมผ่านกล่องเสียงออกมาได้
โดยขณะที่ส่วนต่างๆของร่างกายนั้นไม่ทำงาน
สมองของผู้ป่วยยังคงเป็นปกติทุกประการ รับรู้และเข้าใจ สภาวะรอบด้าน
แต่ไม่สามารถเคลื่อนไหวหรือโต้ตอบได้อย่างที่ต้องการ
และไม่สามารถรักษาให้หายได้"
....
เอาไดอารี่ของ "อายะซัง" บางตอนที่ประทับใจมาให้อ่าน
ลองอ่านกันดูนะ เขียนได้ดีมากๆ
ประโยคประทับใจ :: ฉันอยากทำเกรดให้ได้ดีกว่านี้ แล้วก็มีสุขภาพที่ดีมากขึ้นด้วย พวกท่านจะได้ไม่ต้องมาคอยเศร้าเสียใจเพราะฉันเสียที ฉันยังอยากจะให้ช่วงเวลาตอนวัยรุ่นตอนต้นนี้ของฉันเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดเพื่อที่จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจภายหลังอีกด้วย
ประโยคประทับใจ :: น้ำตาฉันไหลบ่าลงมาราวกับจะไม่มีวันหยุด ฉันอยากจะพูดคำว่า ขอบคุณมากค่ะแม่ หนูขอโทษที่ทำให้แม่ต้องเป็นห่วงอย่างนี้ ออกไป แต่ฉันกลับเปล่งคำใดๆ ออกจากปากไม่ได้เลยแม้แต่น้อย
ประโยคประทับใจ :: ถ้าหนูเป็นดอกไม้ ได้โปรดช่วยชีวิตของหน่อที่งอกขึ้นมาใหม่ไม่ให้มันต้องเหี่ยวเฉาไปทั้งๆ ที่ยังไม่ได้เบ่งบานด้วยเถอะนะคะ
.....
จะมีใครอ่านกันจบถึงนี่ไหมเนี่ย เหอๆ
จะบอกว่าเรื่องนี้ทำให้เราเห็นสิ่งต่างๆมากมาย
ถ้าเพื่อนๆอยากดูก้อบอกจะจัดให้ เหอๆๆ
แต่ขอเตือนกรุณาเตรียมผ้าเช็ดหน้าไว้ด้วยนะ


